ข้อมูลของผลิตภัณฑ์
ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว
เป็นน้ำมันที่ได้จากกระบวนการพิเศษในการสกัดเอาสารสำคัญที่มีประโยชน์นานาชนิด ซึ่งมีอยู่ในเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว (Seed Membrane Layer) และจมูกข้าว (Rice Germ) จึงอุดมด้วยสารสำคัญทางธรรมชาติ และมีคุณค่าสูงต่อร่างกายหลายชนิด
ส่วนประกอบสำคัญในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว
• กลุ่มกรดโอเลอิก (Oleic Acid) เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว จัดอยู่ในกลุ่มกรดไขมัน โอเมก้า-9 ที่มีฤทธิ์ลดระดับไขมันในเลือดได้จึงสามารถลดระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดได้ดี
• กลุ่มกรดไขมันไลโนเลอิค (Linoleic Acid) หรือเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว จัดอยู่ในกลุ่มกรดไขมัน โอเมก้า-6 และกรดไลโนเลอิค (Linoleic Acid) หรือโอเมก้า 3 ที่เป็นกรดไขมันที่จำเป็นโดยมีอยู่ประมาณ 33%ที่ร่างการต้องได้รับจากอาหาร ช่วยลดระดับคอลเลสเตอรอลในเลือดได้เช่นกัน
• กลุ่มแกมมา – ออริซานอล (Gamma Oryzanol) พบได้เฉพาะในน้ำมันที่สกัดจากรำข้าววเท่านั้น มีผลงานวิจัยมากมายกว่า 40 ปี ที่ยืนยันประสิทธิภาพของแกรมมา ออริซานอล ว่าสามารถช่วยในการดูแลสุขภาพของเราได้อย่างมาก มีฤทธิ์ในการลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ทำให้ลดการตีบตันของหลอดเลือด ทำให้ระบบไหลเวียนของเลือดในร่างกายดีขึ้น (เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต) ช่วยปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุลโดยเฉพาะในวัยทอง จึงทำให้อาการแปรปรวนต่างๆ ของคนวัยทองมีแนวโน้มดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน และยังมีฤทธิ์ในการลดความเครียด นอกจากนี้ยังเป็นสารอนุมูลอิสระ และยังป้องกันแสงยูวี ช่วยป้องกันผิวหนังมิให้ถูกทำลายด้วยแสงแดด ผิวหนังสามารถคงความชุ่มชื้นได้ดี ช่วยลดการอักเสบและช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิวทำให้ผิวขาวสดใสขึ้น
• กลุ่มคอลโทคอล (Tocols) เป็นวิตามินอีธรรมชาติ ที่อยู่ในน้ำมันรำข้าว ที่อยู่ในรูปของโทโคเฟอรอล (Tocopherol) และโทโคไทรอีนอล (Tocotrienol) มีประโยชน์ต่อร่างกายในการสร้าง และซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย และยังช่วยทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆ มีประสิทธิภาพสูงในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง และสามารถชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ป้องกันการแก่ก่อนวัย และลดความเสี่ยงในการเกิดโรงมะเร็ง
• โฟโตสเตอรอล(Phytosterol) เป็นสารสำคัญที่มีรายงานการวิจัยจากหลายสถาบันว่า ช่วยยับยั้งการเติบโตของเนื้องอก และเซลล์มะเร็งช่วยป้องกันโรงมะเร็งลำใส้ใหญ่และมะเร็งต่อมลูกหมาก รวมทั้งช่วยลดคลอเลสเตอรอลที่ไม่ดี และลดความเสี่ยงของโรคหลอเลือดและหัวใจ
• กลุ่มเซราไมด์ (Ceramide) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของชั้นใต้ผิวหนัง เป็นไขมันที่มีความจำเป็นของผนังเซลล์ ช่วยทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ช่วยให้เซลล์สามารถเก็บกักน้ำ และความชุ่มชื้นไว้ได้ยาวนาน และช่วยป้องกันในการสูญเสียน้ำออกจากผิว การได้รับเซราไมด์เพิ่มหรือการเสริมสร้างเซราไมด์ให้เพียงพอ ทั้งโดยการรับประทานหรือการให้ทางผิวหนังในรูปการทาครีม หรือโลชัน จะช่วยรักษาผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่ง นุ่มนวล และยืดหยุ่นได้ดี ปราศจากริ้วรอยย่นก่อนเวลาอันควร นอกจากนี้เซราไมด์ยังมีคุณสมบัติเป็นไวท์เทนเนอร์ (Whitener) ซึ่งสามารถยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน อันเป็นสาเหตุให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำบนผิวพรรณได้ดี และยังเป็นมอยเจอไรเซอร์ (Moisturizer) ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวอีกด้วย
• กลุ่มสารฟอสโฟไลฟิด (Phospholipids) เช่น เลซิติน (Lecithin) เซฟฟาลิน (Cephalin) ไลโซเลซิติน (Lysolecithin) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งมีความสำคัญในการนำไปสร้าง และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ประสาทสมอง โดยเฉพาะเซลล์เยื่อหุ้มสมอง และเยื่อหุ้มประสาท ฟอสฟอไลปิด ทำให้การสื่อกระแสประสาท สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วทำให้ระบบความทรงจำดีขึ้น และลดความเสี่ยงของการเกิดโรงความจำเสื่อม รวมทั้งยังช่วยลอความเครียดได้ด้วย และช่วยป้องกันเซลล์ประสาท จากสารที่เป็นพิษและอนุมูลอิสระต่างๆ และช่วยเสริมสร้างในด้านความจำ
• กลุ่มวิตามิน B – Complex ซึ่งช่วยให้การทำงานของระบบประสาทดีขึ้น
น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว
เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สามารถดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดย รศ.ดร. สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณะบดีคณะแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต และ 1 ใน 12 ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรของสหประชาชาติ ผู้วิจัยน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวจนโด่งดังขายดีมากใน U.S.A. และยุโรป โดยสรุปน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวดูแลสุขภาพ 4 เรื่อง ดังนี้
1. เรื่องเกี่ยวกับสมอง ช่วยลดอาการเครียด ปวดหัว ไมเกรน นอนไม่หลับ ความจำเสื่อม เสริมสร้างเซลล์สอง โดยรับประทานวันละ 4 แคปซูล (เช้า 2 แคปซูล,เย็น 2 แคปซูล) หลังอาหาร ภายใน 1-2 วันจะเห็นผลชัดเจนในเรื่องของความเครียด นอนไม่หลับ
*หากใครทาน 4 แคปซูลต่อวันแล้วมีอาการมืนงง ให้ลดเหลือ 2 แคปซูล เนื่องจากคนๆนั้นตอบสนองต่อน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวดีมากจนเส้นเลือดในสมองขยายตัวมากเกินไป จนเลือดไปเลี้ยงสมองมากเกินไป (แต่จำนวนน้อยมากๆที่มีอาการเช่นนี้)
2. โรคเสื่อม เช่น ไขมันในเส้นเลือด ความดัน เบาหวาน โรคหัวใจ เก๊า อัมพฤต มือเท้าชา อาการวัยทอง ให้ทานวันละ 4 แคปซูล (เช้า 2 แคปซูล, เย็น 2 แคปซูล) หลังอาหารใน 7 วันแรก หากยังไม่เห็นผล ให้เพิ่มเป็น 6 แคปซูลต่อวัน (เช้า,กลางวัน,เย็น)โรคมะเร็งขั้นที่ 1-2 รับประทานเป็น 9 แคปซูลในสัปดาห์ที่ 2
3. โรคอักเสบ เกี่ยวกับข้ออักเสบ ผิวหนังอักเสบ อื่นๆ รับประทานวันละ 4 แคปซูล (เช้า 2 แคปซูล, เย็น 2 แคปซูล) หลังอาหารใน 7 วันแรก หากยังไม่เห็นผล ให้เพิ่มเป็น 6 แคปซูลต่อวัน (เช้า,กลางวัน,เย็น)
4. การต้านอนุมูลอิสระ จะมีความสามารถต้านอนุมูลอิสระดีกว่าพวกน้ำมันตับปลาถึง 60 เท่า ทำให้อาการที่เกิดจากอนุมูลอิสระไปทำลายจนโรคเสื่อมเกิดน้อยลง เช่น หากอนุมูลอิสระไปทำลายเซลล์ตับอ่อน ทำให้การสร้างอินซูลินบกพร่อง จึงเกิดเบาหวาน หากไปทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดรอยแผลที่ผิวหลอดเลือด ทำให้ไขมันไปเกาะง่าย จึงเกิดไขมันอุดตัน
สรุป น้ำมันรำข้าวมีคุณประโยชน์ในเรื่องของ (น้ำมันรำข้าวจมูกข้าวสกัดจากธรรมชาติ ไร้สารเจือปน)
�� ต้านมะเร็ง อัมพฤกษ์-อัมพาต
�� โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิต
�� มีบุตรยาก เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ มดลูกแข็งแรง-กระชับ
�� คอเลสเตอรอล เส้นเลือดตีบ
�� อัลไซเมอร์ ความจำเสื่อม
�� พาร์กินสัน ธาลัสซีเมีย
�� ฟื้นฟูสุขภาพ ชะลอความชรา
�� บำรุงสมอง บำรุงร่างกาย
�� ลดน้ำหนัก ได้ 10-15 กก. ภายใน 3 เดือน ทำให้คุณมีรูปร่างเพรียวสมส่วน
�� ลดระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด
�� ลดอาการปวดหลัง
�� ลดระดับ LDL คอเลสเตอรอล ซึ่งก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย
�� เพิ่มระดับ HDL คอเลสเตอรอล ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย
�� ความดันโลหิตลดลง และลดระดับน้ำตาลในเลือด
�� บำรุงสมอง ป้องกันภาวะเสื่อมของสมองและความจำ
�� ช่วยให้ผิวหนังสดใส
�� ช่วยอาการผิดปกติของชาย, หญิง วัยเจริญพันธุ์ และวัยทอง
�� ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่าง ๆ และป้องกันการเกิดมะเร็ง
�� ลบเลือนริ้วรอยด่างดำ เหี่ยวย่น ฝ้า และ กระ
�� ลดภาวะท้องผูก ลดภาวะเสี่ยงต่อการเป็นริดสีดวงทวารและมะเร็งลำไส้ใหญ่
�� ช่วยให้นอนหลับสบาย
น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว
เป็นน้ำมันที่ได้จากกระบวนการพิเศษในการสกัดเอาสารสำคัญที่มีประโยชน์นานาชนิด ซึ่งมีอยู่ในเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว (Seed Membrane Layer) และจมูกข้าว (Rice Germ) จึงอุดมด้วยสารสำคัญทางธรรมชาติ และมีคุณค่าสูงต่อร่างกายหลายชนิด
ส่วนประกอบสำคัญในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว
• กลุ่มกรดโอเลอิก (Oleic Acid) เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว จัดอยู่ในกลุ่มกรดไขมัน โอเมก้า-9 ที่มีฤทธิ์ลดระดับไขมันในเลือดได้จึงสามารถลดระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดได้ดี
• กลุ่มกรดไขมันไลโนเลอิค (Linoleic Acid) หรือเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว จัดอยู่ในกลุ่มกรดไขมัน โอเมก้า-6 และกรดไลโนเลอิค (Linoleic Acid) หรือโอเมก้า 3 ที่เป็นกรดไขมันที่จำเป็นโดยมีอยู่ประมาณ 33%ที่ร่างการต้องได้รับจากอาหาร ช่วยลดระดับคอลเลสเตอรอลในเลือดได้เช่นกัน
• กลุ่มแกมมา – ออริซานอล (Gamma Oryzanol) พบได้เฉพาะในน้ำมันที่สกัดจากรำข้าววเท่านั้น มีผลงานวิจัยมากมายกว่า 40 ปี ที่ยืนยันประสิทธิภาพของแกรมมา ออริซานอล ว่าสามารถช่วยในการดูแลสุขภาพของเราได้อย่างมาก มีฤทธิ์ในการลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ทำให้ลดการตีบตันของหลอดเลือด ทำให้ระบบไหลเวียนของเลือดในร่างกายดีขึ้น (เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต) ช่วยปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุลโดยเฉพาะในวัยทอง จึงทำให้อาการแปรปรวนต่างๆ ของคนวัยทองมีแนวโน้มดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน และยังมีฤทธิ์ในการลดความเครียด นอกจากนี้ยังเป็นสารอนุมูลอิสระ และยังป้องกันแสงยูวี ช่วยป้องกันผิวหนังมิให้ถูกทำลายด้วยแสงแดด ผิวหนังสามารถคงความชุ่มชื้นได้ดี ช่วยลดการอักเสบและช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิวทำให้ผิวขาวสดใสขึ้น
• กลุ่มคอลโทคอล (Tocols) เป็นวิตามินอีธรรมชาติ ที่อยู่ในน้ำมันรำข้าว ที่อยู่ในรูปของโทโคเฟอรอล (Tocopherol) และโทโคไทรอีนอล (Tocotrienol) มีประโยชน์ต่อร่างกายในการสร้าง และซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย และยังช่วยทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆ มีประสิทธิภาพสูงในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง และสามารถชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ป้องกันการแก่ก่อนวัย และลดความเสี่ยงในการเกิดโรงมะเร็ง
• โฟโตสเตอรอล(Phytosterol) เป็นสารสำคัญที่มีรายงานการวิจัยจากหลายสถาบันว่า ช่วยยับยั้งการเติบโตของเนื้องอก และเซลล์มะเร็งช่วยป้องกันโรงมะเร็งลำใส้ใหญ่และมะเร็งต่อมลูกหมาก รวมทั้งช่วยลดคลอเลสเตอรอลที่ไม่ดี และลดความเสี่ยงของโรคหลอเลือดและหัวใจ
• กลุ่มเซราไมด์ (Ceramide) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของชั้นใต้ผิวหนัง เป็นไขมันที่มีความจำเป็นของผนังเซลล์ ช่วยทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ช่วยให้เซลล์สามารถเก็บกักน้ำ และความชุ่มชื้นไว้ได้ยาวนาน และช่วยป้องกันในการสูญเสียน้ำออกจากผิว การได้รับเซราไมด์เพิ่มหรือการเสริมสร้างเซราไมด์ให้เพียงพอ ทั้งโดยการรับประทานหรือการให้ทางผิวหนังในรูปการทาครีม หรือโลชัน จะช่วยรักษาผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่ง นุ่มนวล และยืดหยุ่นได้ดี ปราศจากริ้วรอยย่นก่อนเวลาอันควร นอกจากนี้เซราไมด์ยังมีคุณสมบัติเป็นไวท์เทนเนอร์ (Whitener) ซึ่งสามารถยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน อันเป็นสาเหตุให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำบนผิวพรรณได้ดี และยังเป็นมอยเจอไรเซอร์ (Moisturizer) ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวอีกด้วย
• กลุ่มสารฟอสโฟไลฟิด (Phospholipids) เช่น เลซิติน (Lecithin) เซฟฟาลิน (Cephalin) ไลโซเลซิติน (Lysolecithin) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งมีความสำคัญในการนำไปสร้าง และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ประสาทสมอง โดยเฉพาะเซลล์เยื่อหุ้มสมอง และเยื่อหุ้มประสาท ฟอสฟอไลปิด ทำให้การสื่อกระแสประสาท สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วทำให้ระบบความทรงจำดีขึ้น และลดความเสี่ยงของการเกิดโรงความจำเสื่อม รวมทั้งยังช่วยลอความเครียดได้ด้วย และช่วยป้องกันเซลล์ประสาท จากสารที่เป็นพิษและอนุมูลอิสระต่างๆ และช่วยเสริมสร้างในด้านความจำ
• กลุ่มวิตามิน B – Complex ซึ่งช่วยให้การทำงานของระบบประสาทดีขึ้น
น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว
เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สามารถดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดย รศ.ดร. สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณะบดีคณะแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต และ 1 ใน 12 ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรของสหประชาชาติ ผู้วิจัยน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวจนโด่งดังขายดีมากใน U.S.A. และยุโรป โดยสรุปน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวดูแลสุขภาพ 4 เรื่อง ดังนี้1. เรื่องเกี่ยวกับสมอง ช่วยลดอาการเครียด ปวดหัว ไมเกรน นอนไม่หลับ ความจำเสื่อม เสริมสร้างเซลล์สอง โดยรับประทานวันละ 4 แคปซูล (เช้า 2 แคปซูล,เย็น 2 แคปซูล) หลังอาหาร ภายใน 1-2 วันจะเห็นผลชัดเจนในเรื่องของความเครียด นอนไม่หลับ
*หากใครทาน 4 แคปซูลต่อวันแล้วมีอาการมืนงง ให้ลดเหลือ 2 แคปซูล เนื่องจากคนๆนั้นตอบสนองต่อน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวดีมากจนเส้นเลือดในสมองขยายตัวมากเกินไป จนเลือดไปเลี้ยงสมองมากเกินไป (แต่จำนวนน้อยมากๆที่มีอาการเช่นนี้)
2. โรคเสื่อม เช่น ไขมันในเส้นเลือด ความดัน เบาหวาน โรคหัวใจ เก๊า อัมพฤต มือเท้าชา อาการวัยทอง ให้ทานวันละ 4 แคปซูล (เช้า 2 แคปซูล, เย็น 2 แคปซูล) หลังอาหารใน 7 วันแรก หากยังไม่เห็นผล ให้เพิ่มเป็น 6 แคปซูลต่อวัน (เช้า,กลางวัน,เย็น)โรคมะเร็งขั้นที่ 1-2 รับประทานเป็น 9 แคปซูลในสัปดาห์ที่ 2
3. โรคอักเสบ เกี่ยวกับข้ออักเสบ ผิวหนังอักเสบ อื่นๆ รับประทานวันละ 4 แคปซูล (เช้า 2 แคปซูล, เย็น 2 แคปซูล) หลังอาหารใน 7 วันแรก หากยังไม่เห็นผล ให้เพิ่มเป็น 6 แคปซูลต่อวัน (เช้า,กลางวัน,เย็น)
4. การต้านอนุมูลอิสระ จะมีความสามารถต้านอนุมูลอิสระดีกว่าพวกน้ำมันตับปลาถึง 60 เท่า ทำให้อาการที่เกิดจากอนุมูลอิสระไปทำลายจนโรคเสื่อมเกิดน้อยลง เช่น หากอนุมูลอิสระไปทำลายเซลล์ตับอ่อน ทำให้การสร้างอินซูลินบกพร่อง จึงเกิดเบาหวาน หากไปทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดรอยแผลที่ผิวหลอดเลือด ทำให้ไขมันไปเกาะง่าย จึงเกิดไขมันอุดตัน
สรุป น้ำมันรำข้าวมีคุณประโยชน์ในเรื่องของ (น้ำมันรำข้าวจมูกข้าวสกัดจากธรรมชาติ ไร้สารเจือปน)
�� ต้านมะเร็ง อัมพฤกษ์-อัมพาต
�� โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิต
�� มีบุตรยาก เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ มดลูกแข็งแรง-กระชับ
�� คอเลสเตอรอล เส้นเลือดตีบ
�� อัลไซเมอร์ ความจำเสื่อม
�� พาร์กินสัน ธาลัสซีเมีย
�� ฟื้นฟูสุขภาพ ชะลอความชรา
�� บำรุงสมอง บำรุงร่างกาย
�� ลดน้ำหนัก ได้ 10-15 กก. ภายใน 3 เดือน ทำให้คุณมีรูปร่างเพรียวสมส่วน
�� ลดระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด
�� ลดอาการปวดหลัง
�� ลดระดับ LDL คอเลสเตอรอล ซึ่งก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย
�� เพิ่มระดับ HDL คอเลสเตอรอล ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย
�� ความดันโลหิตลดลง และลดระดับน้ำตาลในเลือด
�� บำรุงสมอง ป้องกันภาวะเสื่อมของสมองและความจำ
�� ช่วยให้ผิวหนังสดใส
�� ช่วยอาการผิดปกติของชาย, หญิง วัยเจริญพันธุ์ และวัยทอง
�� ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่าง ๆ และป้องกันการเกิดมะเร็ง
�� ลบเลือนริ้วรอยด่างดำ เหี่ยวย่น ฝ้า และ กระ
�� ลดภาวะท้องผูก ลดภาวะเสี่ยงต่อการเป็นริดสีดวงทวารและมะเร็งลำไส้ใหญ่
�� ช่วยให้นอนหลับสบาย
091-8840976 คุณโยโย่
Line yoyo_7526
Fanpage http://www.facebook.com/titleproduct



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น